LLM คืออะไร ทำความเข้าใจ Large Language Model ตั้งแต่พื้นฐาน
- SEO Pacy
- 27 ก.พ.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อทุกเรื่อง ทุกคนจึงต้องรู้จักปรับตัวเข้าสู่สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่กำลังมาแรงอย่างมากตอนนี้ต้องยกให้กับ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ โดยหนึ่งในระบบ AI ที่กำลังเป็นกระแสมีชื่อว่า LLM ตรงนี้เองที่หลายคนอาจกำลังมีข้อสงสัยว่า LLM หรือ Large Language Model คืออะไร? มีผลต่อการเปลี่ยนโลกทางเทคโนโลยีมากเพียงใด บทความนี้จะสร้างความเข้าใจให้แบบละเอียดทุกด้าน
LLM คืออะไร?
LLM หรือ LLM AI คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างข้อมูลและประมวลผลคำใหม่ ๆ ให้ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากที่สุด ด้วยขนาดโมเดลที่ใหญ่ทั้งเรื่องของจำนวนพารามิเตอร์ ปริมาณข้อมูลจำนวนมากเพื่อให้ตัวระบบได้ฝึกทักษะแบบ Deep Learning ผ่านวิธีจำลองสมองและเรียนรู้ทักษะภาษาของมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจแบบลึกซึ้ง สามารถสร้างประโยค คำสั่ง รวมถึงคาดเดาได้คล้ายกับมนุษย์จริงมากในระดับที่เข้าใจแม้คำดังกล่าวไม่ได้ถูกเรียงให้เป็นประโยคอย่างถูกต้อง หรือปรับบริบทต่าง ๆ เพื่อตอบข้อสงสัยอย่างแม่นยำ โดยชุดข้อมูลที่ AI Software ได้รับก็มาจากบทความ เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตที่ผ่านการเทรนและฝึกฝนมาต่อเนื่อง
หลักการทำงานของ LLM
อย่างที่อธิบายไปว่า LLM คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ซึ่งผ่านการฝึกทักษะแบบ Deep Learning มาอย่างดี หลักการทำงานของ AI Solutions ตัวนี้จึงตั้งอยู่บนพื้นฐาน Neural Networks (โครงสร้างที่ผ่านการเลียนแบบระบบประสาท) โดยมี Transformer Architecture (ตัวแปลง) เป็นหัวใจหลักเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อ LLM ได้รับคำสั่ง หรือ Prompt ก็จะศึกษาให้เกิดความเข้าใจพร้อมวิเคราะห์เนื้อหาดังกล่าวอย่างละเอียด
จากนั้น Self-Attention Mechanism (กลไกความสนใจในตัวเอง) จะทำหน้าที่ประมวลผล เรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหาเพื่อสร้างการเชื่อมโยงและค้นหาบริบทของ Prompt ดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง ต่อด้วยการ “คาดเดา” ซึ่งมาจากสถิติต่าง ๆ ที่ตนเองได้ผ่านการศึกษามาอย่างละเอียด ระบบจะทำซ้ำแบบนี้ไปจนกว่าจะเจอคำตอบหรือความหมายที่สมบูรณ์ของเนื้อหา เหมาะสมกับประโยคที่ได้รับคำสั่งมาภายในเวลารวดเร็ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงมีความสร้างสรรค์และใกล้เคียงกับแนวคิดของมนุษย์อย่างมาก
LLM AI มีอะไรบ้าง?
สำหรับใครที่สงสัยว่า LLM AI หรือ LLM มีอะไรบ้าง? ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย
1. Base LLM
คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ผ่านการเทรนเพื่อเน้นทำนายคำถัดไปที่น่าจะเกิดขึ้น (Predictive AI) เช่น รถไฟฟ้า “สายสีม่วง”
2. Instruction Tuned LLM
คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีการนำ Base LLM มาเพิ่มเติมคำสั่งและประยุกต์การเรียนรู้ให้พัฒนามากยิ่งขึ้นด้วยหลักการ “ตั้งคำถามใหม่” (Fine-Turning) จึงสามารถตอบข้อสงสัย คำถามต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เกิดความเข้าใจคล้ายกับมนุษย์ผ่านการรับคำสั่ง (Prompt) ซึ่งจะเห็นว่ายิ่งคำถามเจาะลึกมากเท่าไหร่ คำตอบก็มักลงลึกตามไปด้วยขึ้นอยู่กับลักษณะคำสั่งนั้น ๆ หรือแม้แต่การบอกสไตล์ให้ตอบกลับ เช่น โทนสนุก สุภาพ เป็นทางการ เป็นต้น
ตัวอย่างของ LLM Large Language Model
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น นี่คือตัวอย่างของ LLM Large Language Model ซึ่งเชื่อว่ายุคนี้ใคร ๆ ต่างก็ต้องเคยใช้งานกันอย่างแน่นอน
1. ChatGPT (Generative Pre-trained Transformer)
ระบบ LLM แรกที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนโลกได้แบบแท้จริง พัฒนาขึ้นโดย Open AI บริษัทพัฒนา AI ชื่อดัง โมเดลตัวนี้ถูกเทรนจากกลุ่มข้อมูลขนาดใหญ่จำนวนมหาศาล จึงสามารถเข้าใจคำพูด ความหมาย คำสั่งต่าง ๆ ที่ถูกใส่เข้าใจพร้อมตอบกลับได้อย่างสร้างสรรค์ เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง บ่งบอกถึงการพัฒนาของ LLM ได้อย่างดีเยี่ยม
2. Google Gemini
อีกตัวอย่างที่กำลังมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นการพัฒนาขึ้นโดย Google มีจุดเด่นเรื่องคลังข้อมูลขนาดใหญ่ยักษ์จากหลายภาษาทั่วโลก จึงสามารถประมวลผลและให้เหตุผลได้หลากสไตล์ด้วยลักษณะโมเดลแบบ Open Source จึงกลายเป็นตัวเลือกผู้ช่วยลำดับต้น ๆ ของเหล่าบรรดานักพัฒนา ถึงขนาดถูกยกให้เป็น AI การตลาด เพื่อตอบสนองกับข้อมูล คำถาม คำสั่ง โดยไม่ต้องค้นหาด้วยตนเองให้ยุ่งยากอีกต่อไป
ประโยชน์ที่ธุรกิจได้รับจากการใช้งาน LLM
บริษัท AI ได้พัฒนาระบบ LLM ขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งภาคบุคคลและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ต้องการประหยัดต้นทุนด้านแรงงาน คาดหวังเรื่องแนวคิดใหม่ ๆ ที่มีความสร้างสรรค์ จึงไม่แปลกหาก AI ตัวนี้จะเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งประโยชน์ที่แวดวงธุรกิจจะได้รับก็มีด้วยกันหลายด้าน ประกอบไปด้วย
1. การสร้างสรรค์แนวคิดใหม่
หากคุณสมองตื้อ คิดไม่ออก หรือมีคำถามที่ตนเองไม่เคยพบเจอมาก่อน การโยน Prompt เข้าไปให้ LLM ช่วยคาดเดา วิเคราะห์ ประมวลผล และแสดงคำตอบออกมาคือทางเลือกที่ได้รับความนิยม อีกทั้งไอเดียต่าง ๆ ยังมักเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงอีกด้วย
2. การตอบโต้ ดูแลลูกค้าแบบอัตโนมัติ
ปัจจุบันการตอบโต้ด้วย Chat Bot เป็นทางเลือกของธุรกิจจำนวนมากในการเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ สามารถตอบโต้กับคำถามหรือเนื้อหาที่ซับซ้อนได้ระดับหนึ่ง ดำเนินการตลอด 24 ชม. แบบไม่มีหยุดพัก ลดภาระการทำงาน และยังช่วยลดต้นทุนการจ้างงานของธุรกิจได้อีกด้วย
3. การสร้างคอนเทนต์แบบอัตโนมัติ
ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ การแปลภาษา การทำภาพ การทำวิดีโอ และคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ ระบบ LLM สามารถดำเนินการให้กับธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ มีความสวยงาม น่าสนใจ ตอบโจทย์กับคำสั่งที่ระบุไป แม้อาจยังต้องมีการขัดเกลาเพิ่มเติมบ้าง แต่สำหรับบางงานที่ไม่ได้ซีเรียสมากนัก การประมวลผลและสร้างคอนเทนต์ของ AI จัดว่าทำได้ดีมาก
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
นอกจากการสร้างแนวคิดสร้างสรรค์แล้ว AI ตัวนี้ยังสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับมาไปวิเคราะห์เพื่อตอบข้อสงสัยได้อย่างละเอียด แม่นยำ หรืออย่างน้อยก็มีฐานข้อมูลอ้างอิงมารองรับเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือได้จริง ช่วยเพิ่มคุณภาพของการทำงานและการพัฒนาธุรกิจได้มากขึ้น
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: LLM Chatbot คืออะไร?
A: LLM Chatbot คือ เครื่องมือช่วยตอบคำถามในรูปแบบของ Bot อัตโนมัติ ซึ่งผ่านการฝึกฝนจากข้อมูลจำนวนมหาศาลภายใต้โมเดลขนาดใหญ่
Q: LLM กับ AI ต่างกันอย่างไร?
A: LLM คือ AI ประเภทหนึ่งซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเน้นตอบโต้ด้วยข้อมูลจำนวนมากที่ผ่านการเทรนมาอย่างดีโดยอาศัยโมเดลขนาดใหญ่เป็นพื้นฐาน
Q: ตัวอย่าง LLM ที่ได้รับความนิยม มีอะไรบ้าง?
A: ตัวอย่าง LLM ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี ได้แก่ Chat GPT, Google Gemini เป็นต้น




ความคิดเห็น