top of page

ระบบ Loyalty Program คืออะไร รวมวิธีใช้และตัวอย่างที่น่าสนใจ

14 ส.ค.
ยาว 2 นาที
Loyalty Program คือ

นอกจาก CRM แล้ว หนึ่งในเครื่องมือที่ธุรกิจยุคใหม่ควรมีติดตัวไว้ นั่นก็คือ Loyalty Program เพราะนี่คือระบบที่ช่วยให้ลูกค้าเก่าอยู่กับเราไปนาน ๆ โดยที่ไม่เปลี่ยนใจไปหาคู่แข่ง แต่ด้วยความที่ใคร ๆ ก็หันมาใช้เครื่องมือตัวนี้กัน ดังนั้น คุณจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับมันอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจทุกซอกทุกมุมและนำมาใช้ให้ตรงฟังก์ชันของมันจริง ๆ แล้วเราจะต้องรู้อะไรบ้าง ถ้าไม่เคยใช้มาก่อน เริ่มตั้งไข่อย่างไรดี หาคำตอบได้ในบทความนี้

หลักสูตรอบรม AI for Business


ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรอบรมการใช้ AI สำหรับองค์กร หรือขอคำปรึกษา รวมถึงสอบถามการนัดหมายเพื่อจัดการอบรม

Loyalty Program คืออะไร?

Loyalty Program คือ ระบบดูแลลูกค้าที่จะช่วยรักษาฐานคนซื้อเดิมเอาไว้ให้อยู่กับแบรนด์เรานาน ๆ โดยการมอบสิทธิพิเศษ สะสมแต้ม หรือส่วนลดที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าทุกครั้งที่กลับมาซื้อ นอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายได้เรื่อย ๆ แล้ว ยังช่วยให้แบรนด์มีข้อมูลเกี่ยวกับความชอบจริง ๆ ของลูกค้า เพื่อนำไปทำโปรโมชันที่ตรงใจพวกเขามากที่สุด ทำให้พวกเขาไม่อยากเปลี่ยนใจหนีไปหาคู่แข่งอีกเลย


ทำไมธุรกิจยุคใหม่ถึงขาด Loyalty Program ไม่ได้?

การขายของยุคนี้เหนื่อยขึ้นกว่ายุคก่อนหลายเท่าตัว เพราะในปัจจุบันมีจำนวนผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ ถ้าไม่ยอมหั่นราคาหรืออัดโปรลดแลกแจกแถมก็ไม่มีลูกค้าเข้ามา แถมการยิงแอดหาลูกค้าใหม่ก็มีต้นทุนที่สูงมากกว่าจะได้ลูกค้าหนึ่งคน ดังนั้น Loyalty Program จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือที่ธุรกิจขาดไม่ได้ และนี่คือข้อดีที่คุณไม่ควรมองข้าม


1. สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการซื้อซ้ำ

การดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำเรื่อย ๆ จะช่วยให้ธุรกิจมีเงินหมุนเวียนในระบบโดยที่ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าวันนี้จะมีเงินเข้าบริษัทไหม จะมาเมื่อไหร่ เพราะลูกค้าที่เป็นสมาชิก Loyalty Program มีแนวโน้มจะกลับมาอุดหนุนและใช้จ่ายกับแบรนด์มากกว่าลูกค้าใหม่ถึง 67% จากข้อมูลวิจัยของ Bain & Company พบว่าพฤติกรรมซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้แบรนด์ประเมินทิศทางรายได้ล่วงหน้าแม่นยำขึ้น แถมยังลดความเสี่ยงจากการพึ่งพายอดขายใหม่ที่ไม่แน่นอนในแต่ละเดือนลงได้อีกด้วย

2. กระตุ้นให้ลูกค้ายอมจ่ายเยอะขึ้น

เงื่อนไขการสะสมแต้มหรือส่วนลดจาก Loyalty Program ถูกออกแบบมาให้ลูกค้ารู้สึกว่าซื้อเพิ่มอีกนิดเดียวก็ได้สิทธิพิเศษแล้ว ความรู้สึกนี้เองที่ช่วยดันยอดขายต่อบิลให้สูงขึ้นโดยที่เราไม่ต้องยัดเยียดเลย ผลการศึกษาของ McKinsey & Company พบว่า แบรนด์ที่มีระบบ Loyalty Program แบบจ่ายค่าสมาชิกหรือมอบสิทธิประโยชน์ระดับท็อป สามารถเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะยอมจ่ายเงินมากขึ้นถึง 60% หากเทียบกับลูกค้าทั่วไป เพราะพวกเขามองว่ายิ่งซื้อเยอะยิ่งได้สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าตอบแทนกลับมา

3. ได้ข้อมูลลูกค้าของจริง นำไปใช้ต่อได้ทันที

การยิงแอดแบบเดิม ๆ อาจหาลูกค้าได้ไม่ดีเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะลูกค้าเองก็มีทางเลือกและภูมิคุ้มกันในการซื้อมากขึ้น บวกกับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บีบให้แบรนด์ได้รับข้อมูลแบบอินไซด์จากผู้บริโภคน้อยลง ดังนั้น การทำ Loyalty Program จึงเป็นการขอข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าในแบบที่ลูกค้าสมัครใจ ทั้งข้อมูลส่วนตัว วันเกิด สินค้าที่ชอบ หรือพฤติกรรมการซื้อสินค้าจริง ๆ (First-Party Data)  มาให้เราโดยตรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เรานำไปทำโปรโมชันเฉพาะบุคคล (Personalize Marketing) ต่อได้แม่นยำขึ้น รายงานจาก Boston Consulting Group (BCG) ระบุว่า แบรนด์ที่นำข้อมูล First-Party Data มาใช้สามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 2.9 เท่า แถมยังลดต้นทุนการตลาดลงได้มากกว่าแบรนด์ที่พึ่งพาข้อมูลภายนอกเพียงอย่างเดียว

4. ป้องกันลูกค้าไม่ให้หนีไปหาคู่แข่ง

จุดเด่นของ Loyalty Program คือการทำให้ลูกค้าเสียดายสิทธิประโยชน์ที่มี หากเปลี่ยนใจไปซื้อร้านอื่น เพราะยิ่งพวกเขาซื้อกับเราเยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีแต้มสะสมหรือระดับสมาชิกสูงขึ้นเท่านั้น ต่อให้คู่แข่งขายตัดราคา แต่ลูกค้าก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องไปซื้อของลดราคาพวกนั้น เพราะพวกเขามองว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากแบรนด์คุ้มค่ากว่าอยู่แล้ว ทาง Harvard Business Review ได้ทำการวิจัยและพบว่า พอลูกค้ารู้สึกผูกพันกับระบบสมาชิกแล้วจะช่วยลดอัตราการย้ายค่ายของลูกค้าลงได้ถึง 5% และการรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ได้เท่านี้ ก็สามารถสร้างกำไรให้กับธุรกิจได้มากถึง 25-95% เลยทีเดียว

5. เปลี่ยนลูกค้าประจำให้กลายเป็นกระบอกเสียงโปรโมตแบรนด์

พอลูกค้าประทับใจในสิทธิพิเศษและมองว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับพวกเขาจริง ๆ พวกเขาจะไม่ได้แค่กลับมาซื้อซ้ำ แต่จะเป็นแฟนคลับที่ช่วยบอกต่อความประทับใจไปให้เพื่อน คนรอบข้าง หรือโพสต์รีวิวลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง และการบอกต่อจากผู้ใช้จริงนี้เองที่สร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการโฆษณาหลายเท่าเลย ผลวิจัยจาก Nielsen ระบุว่า ผู้บริโภคมากถึง 88% เชื่อถือคำแนะนำจากคนรู้จักหรือผู้ใช้จริงมากกว่าโฆษณาจากแบรนด์โดยตรง นั่นหมายความว่าระบบสมาชิกที่ดีจะช่วยให้คุณได้ลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มโดยไม่ต้องเสียเงินยิงแอดสักบาท


Loyalty Program มีกี่ประเภท?

ด้วยความที่ Loyalty Program คือ เครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ธุรกิจแต่ละประเภทจึงต้องเลือกใช้กลไกที่แตกต่างกันตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและโมเดลธุรกิจ หากจัดประเภทตามโครงสร้างหลักที่นิยมใช้ในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้


ประเภท Loyalty Program

จุดเด่นและการทำงาน

ประเภทธุรกิจที่เหมาะสม

ระบบสะสมคะแนน (Points Program)

ลูกค้าจะได้รับคะแนนจากทุกการซื้อ เพื่อนำไปแลกส่วนลด สิทธิพิเศษ หรือสินค้าฟรี

ธุรกิจที่ซื้อซ้ำบ่อย เช่น ร้านกาแฟ, คาเฟ่, ซูเปอร์มาร์เก็ต

ระบบจัดลำดับขั้น (Tiered Program)

แบ่งระดับสมาชิกตามยอดซื้อสะสม เช่น Silver, Gold, Platinum ยิ่งระดับสูงยิ่งได้สิทธิประโยชน์มาก

แบรนด์สินค้าแฟชั่น, เครื่องสำอาง, โรงแรม หรือบริการระดับพรีเมียม

ระบบสมาชิกแบบจ่ายค่าบริการ (Paid/Subscription Program)

ลูกค้าจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน/รายปี เพื่อรับสิทธิพิเศษทันทีโดยไม่ต้องรอสะสม

บริการสตรีมมิ่ง, อีคอมเมิร์ซ เช่น จัดส่งฟรี, ค่ายรถยนต์

ระบบพันธมิตร (Partner Program)

จับมือกับแบรนด์อื่นเพื่อให้ลูกค้าสะสมหรือใช้คะแนนข้ามแบรนด์/ข้ามธุรกิจได้

สายการบิน (สะสมไมล์ร่วมกับโรงแรม/บัตรเครดิต), ปั๊มน้ำมัน

ระบบภารกิจและเกม (Gamified Program)

ใช้เกม Check-in หรือทำภารกิจเพื่อรับของรางวัล เพิ่มความสนุกในการใช้งาน

แอปพลิเคชันมือถือ, แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, แบรนด์เจาะกลุ่ม Gen Z

ระบบสมาชิกสายสนับสนุน (Value-Based Program)

แปลงยอดซื้อส่วนหนึ่งไปบริจาคหรือสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

แบรนด์รักษ์โลก (Eco-friendly), สังคม และสินค้าทำมือ

ตัวอย่าง Loyalty Program ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง?


1. Starbucks Rewards

ถือเป็นตัวอย่างสุดคลาสสิกที่ใคร ๆ ก็พูดถึง เป็นระบบสมาชิกแบบ Points และ Tiered Program ที่ให้ลูกค้านำ Stars ที่ได้จากยอดซื้อไปแลกเป็นเครื่องดื่มและอาหารฟรีผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงดึงดูดให้ซื้อซ้ำด้วยกิจกรรมสะสมแต้มพิเศษ (Star Dash) และสิทธิพิเศษวันเกิด จนสร้างสาวก Starbucks กลับมาซื้อได้เรื่อย ๆ

2. Sephora Beauty Insider

เป็นระบบแบ่งระดับสมาชิก (Tiered Program) ที่อิงตามยอดซื้อต่อปี ยิ่งซื้อเยอะยิ่งได้ไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้น จุดเด่นคือเอาแต้มไปแลกของแถมสินค้าตัวท็อปขนาดทดลองได้เลย สั่งซื้อสินค้ารุ่นใหม่ได้ก่อนคนอื่น หรือได้สิทธิ์แต่งหน้าฟรี ตอบโจทย์สายบิวตี้ที่ต้องการความรู้สึกเป็นคนพิเศษและได้ลองของใหม่ก่อนใคร

3. Amazon Prime

เป็นโมเดลสมาชิกแบบจ่ายค่าบริการ (Subscription Program) ที่ผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปีเพื่อรับสิทธิ์จัดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ พร้อมบริการสตรีมมิ่งหนังและเพลงฟรี โมเดลนี้ช่วยให้สมาชิกค้นหาสินค้าจากแพลตฟอร์มอื่นน้อยลง แล้วหันมาสั่งซื้อสินค้าเกือบทุกอย่างผ่าน Amazon ในที่เดียว

4. Nike Club

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจไม่น้อยในวงการ Loyalty Program เพราะเป็นระบบสมาชิกที่เน้นสร้างชุมชนและมอบคุณค่าเชิงไลฟ์สไตล์เป็นหลัก ลูกค้าสามารถเข้าถึงแอปฝึกซ้อมวิ่ง สินค้ารุ่นลิมิเต็ดเฉพาะสมาชิก และสิทธิ์เข้ากิจกรรมสปอร์ตอีเวนต์ฟรี เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ มากกว่าแค่การแจกส่วนลดทั่วไป

5. Central The 1

สำหรับตัวอย่างสุดท้าย จะเน้นระบบสมาชิกรูปแบบพันธมิตร (Partner Program) ที่ให้ลูกค้าสะสมแต้มและนำคะแนนไปใช้ข้ามเครือข่ายธุรกิจได้อย่างครอบคลุม ทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และปั๊มน้ำมัน ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแต้มมีมูลค่าจริงและลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ไม่น้อยเลย


เริ่มต้นทำ Loyalty Program อย่างไรดี?

พอรู้ว่าระบบนี้ดี หลายคนก็ใจร้อนก็รีบไปหามาใช้เลย ทั้งที่ไม่เคยรู้เลยว่าโปรแกรมที่ซื้อมานั้นเหมาะกับธุรกิจของเราจริง ๆ ไหม กลายเป็นว่าซื้อมาใช้แล้วใช้งานยาก ฟีเจอร์ล้ำ ๆ ที่ได้ใช้งานกับระบบเดิมของเราไม่ได้ จนสุดท้ายก็ไม่มีใครอยากใช้ ดังนั้นเราจะมาแนะนำวิธีเริ่มทำ Loyalty Program ให้คุ้มค่ามากที่สุด


  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดก่อน: คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าอยากทำไปเพื่ออะไร เช่น อยากให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อยขึ้น อยากเพิ่มยอดขายต่อบิล หรืออยากได้เบอร์กับไลน์ลูกค้าไว้ตามส่งโปร ไม่อย่างนั้นจะหลงทางและวัดผลมั่วไปหมด

  • สำรวจพฤติกรรมลูกค้าจริง: คุณต้องตอบให้ได้ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร ชอบความคุ้มค่าแบบไหน เช่น ถ้าเป็นร้านกาแฟ ลูกค้าอาจชอบสะสมแต้มง่าย ๆ 10 แก้วฟรี 1 แก้ว แต่ถ้าเป็นร้านเสื้อผ้าแฟชัน ลูกค้าอาจชอบสิทธิ์ส่วนลดวันเกิดหรือสิทธิ์ซื้อคอลเลกชันใหม่ก่อนใคร

  • เลือกรูปแบบที่เหมาะกับธุรกิจ: ไม่จำเป็นต้องทำระบบซับซ้อน ฟีเจอร์ล้ำสมัย แต่ควรเลือกระบบที่เข้าใจง่าย เช่น ระบบสะสมคะแนน (Point-based) ระบบแบ่งระดับสมาชิก (Tiered) หรือระบบสมัครสมาชิกรายเดือน (Subscription) ที่เหมาะกับสินค้าของเราจริง ๆ

  • คำนวณต้นทุนของรางวัลให้ดี: ถ้าพลาดจุดนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่เข้าเนื้อเยอะแน่นอน ดังนั้นคุณควรคิดเผื่อไว้เลยว่าสิทธิประโยชน์หรือของรางวัลที่แจก คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของกำไร อย่าแจกเยอะจนขาดทุน และอย่าแจกน้อยเกินไปจนลูกค้าไม่อยากได้

  • เลือกเครื่องมือที่ใช้งานง่าย: คุณไม่จำเป็นต้องสร้างแอปเองให้เปลืองเงินหลายแสน ลองหาระบบ Loyalty Program สำเร็จรูป เช่น ระบบสะสมแต้มผ่าน Line OA ที่เปิดใช้งานได้ทันที ใช้ง่ายทั้งฝั่งเราและฝั่งลูกค้า

  • เทสต์ระบบจริงกับกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนแล้วค่อยเปิดตัว: ลองทดสอบระบบกับพนักงานและลูกค้าประจำกลุ่มเล็ก ๆ ก่อน เพื่อเช็กว่าการใช้งานลื่นไหลไหม พนักงานหน้าร้านอธิบายลูกค้าเข้าใจหรือเปล่า พอระบบนิ่งแล้วค่อยเปิดตัวและโปรโมตผ่านช่องทางที่มี


ปลดล็อก Loyalty Program ยุคใหม่ ด้วย CRM Automation

ต่อให้คุณมีระบบ Loyalty Program แล้ว แต่อย่าลืมว่ามันคือระบบสะสมแต้มทั่วไปที่ใคร ๆ ก็ใช้กัน ดังนั้น การนำเครื่องมือ AI การตลาดอย่าง CRM Automation ที่พัฒนาโดยบริษัทพัฒนา AI อย่าง IM Impower ที่เข้ามาช่วยยกระดับ Customer Journey เพิ่มการมีส่วนร่วม สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า และสร้างมูลค่าตลอดอายุความสัมพันธ์กับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน ด้วย 3 ฟีเจอร์หลักที่น่าสนใจดังนี้


  • เห็นภาพรวมพฤติกรรมลูกค้าแบบ 360 องศา: ด้วย Feature Customer Data Platform ที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทางมาไว้ที่เดียว โดยใช้ Predictive AI ช่วยวิเคราะห์คาดการณ์พฤติกรรมล่วงหน้า ทำให้คุณรู้ทันทีว่าลูกค้าคนไหนกำลังจะหนีไปหาคู่แข่ง ใครมีโอกาสซื้อซ้ำสูง หรือสินค้าชิ้นไหนที่เขาเตรียมจะกดสั่งซื้อในครั้งถัดไป โดยไม่ต้องมานั่งเดาใจหรือแยกข้อมูลเองให้เสียเวลา

  • กระตุ้นยอดขายได้ถูกคนและถูกเวลา: ด้วย Feature Personalized Marketing ที่ใช้ AI การตลาด เข้ามาช่วยวิเคราะห์และส่งแคมเปญ โปรโมชัน หรือสิทธิประโยชน์ให้ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละราย ทำให้ข้อความที่ส่งไปตรงใจลูกค้าจริง ๆ ไม่ใช่การบรอดแคสต์หว่านจนลูกค้ารำคาญ

  • ดึงลูกค้าให้อยู่กับเรายาว ๆ: ด้วย Feature Loyalty Platform ที่ช่วยสร้างระบบสะสมแต้ม จัดระดับสมาชิก และมอบสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า ประทับใจ และเลือกกลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการซ้ำกับแบรนด์แทนที่จะเปลี่ยนใจไปหาคู่แข่ง


ท้ายที่สุดแล้ว คู่แข่งอาจเลียนแบบสินค้าหรือตัดราคาแข่งกับคุณเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่คู่แข่งไม่มีวันแย่งไปได้คือความสัมพันธ์และความจงรักภักดีที่คุณสร้างไว้ให้ลูกค้า ถึงเวลาเลิกปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือ แล้วเริ่มวางระบบ Loyalty Program ของคุณตั้งแต่วันนี้

 
 
bg-1.jpg

ยกระดับองค์กรและธุรกิจของคุณ ด้วยเทคโนโลยีจาก IM Impower บริษัทพัฒนา AI

IM Impower บริษัท AI พัฒนาและให้คำปรึกษาด้าน AI พร้อมที่จะขับเคลื่อนปลดล็อคองค์กรและธุรกิจของคุณอย่างยั่งยืน ด้วยขุมพลังของนวัตกรรม AI

bottom of page