top of page

CRM คืออะไร ช่วยรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

CRM คืออะไร

หากพูดถึงเครื่องมือทางการตลาดยุคดิจิทัลที่แบรนด์ดังหลาย ๆ แบรนด์นิยมใช้ก็คงหนีไม่พ้น CRM หรือ Customer Relationship Management แน่นอน แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์ได้ไม่นาน ก็อาจสงสัยว่าโปรแกรม CRM คืออะไร? จำเป็นต้องมีไหม? แล้วที่สำคัญจะประยุกต์ใช้เข้ากับเทคโนโลยี AI ได้ไหม? วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ

หลักสูตรอบรม AI for Business


ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรอบรมการใช้ AI สำหรับองค์กร หรือขอคำปรึกษา รวมถึงสอบถามการนัดหมายเพื่อจัดการอบรม

CRM คืออะไร?

CRM คือ ระบบที่ใช้ในการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า โดยทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรม ประวัติการซื้อ รวมถึงคำร้องเรียนจากทุกช่องทางไว้ในที่เดียว เพื่อให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของลูกค้าทั้งหมดที่มี แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนกลยุทธ์การบริการลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล (Personalize Marketing) เพื่อเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำและรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับแบรนด์ในระยะยาว


CRM ตอบโจทย์แบรนด์ในยุคดิจิทัลอย่างไร?

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างไม่เคยหยุดเปลี่ยน ทำให้พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ระบบ CRM คือ เครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้แบรนด์ขับเคลื่อนไปตามข้อมูลที่มีการอัปเดตอยู่เสมอ โดยระบบจะเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบเดิม ๆ ให้แม่นยำ รวดเร็ว และตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งส่งผลดีต่อแบรนด์ทั้งหมด 4 ด้าน ดังนี้


1. รักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ

นี่คือเป้าหมายหลักของ CRM เพราะการสื่อสารที่ตรงใจผ่านข้อมูลประวัติการซื้อ จะช่วยเปลี่ยนลูกค้าทั่วไปให้กลายเป็นลูกค้าประจำ ลดอัตราการย้ายค่ายไปหาคู่แข่ง และช่วยเซฟงบประมาณการหาลูกค้าใหม่ได้อย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจาก Bain & Company ระบุว่า การเพิ่มอัตราการรักษาฐานลูกค้าเพียงแค่ 5% สามารถเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจได้สูงถึง 25-95% นั่นก็เพราะต้นทุนการรักษาลูกค้าเดิมนั้นต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่หลายเท่าตัว

2. ยกระดับการให้บริการลูกค้าให้ประทับใจยิ่งขึ้น

ระบบจะรวบรวมประวัติการติดต่อของลูกค้าจากทุกช่องทางไว้ในหน้าเดียว ทำให้ทีมดูแลลูกค้ารู้ความต้องการของลูกค้าทันที หากลูกค้าติดต่อเข้ามาก็สามารถแก้ปัญหาตรงหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องถามลูกค้าซ้ำ ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจในการบริการของแบรนด์มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับรายงาน Customer Experience Survey ของ PwC ที่ระบุว่า 73% ของผู้บริโภคยกให้ประสบการณ์ในการให้บริการเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขา และมากถึง 86% ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นให้กับแบรนด์ที่มอบบริการและประสบการณ์ที่ดีกว่าคู่แข่ง

3. เพิ่มโอกาสให้ทีมขายปิดการขายได้ไวขึ้น

ระบบจะช่วยคัดกรองและจัดลำดับความสนใจของลูกค้า (Lead Scoring) ทำให้ทีมขายโฟกัสได้ถูกคน รู้ว่าควรติดต่อใครก่อน และนำเสนอสินค้าตัวไหนจึงจะปิดการขายได้สำเร็จ ยืนยันด้วยสถิติจาก HubSpot ที่ชี้ให้เห็นว่า CRM ช่วยบริหารจัดการกระบวนการขาย เพิ่มอัตราการปิดการขายมากขึ้นถึง 29% และช่วยเพิ่ม Productivity ให้กับทีมขายได้อย่างมีนัยสำคัญ

4. ทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI ได้

เมื่อมีฐานข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM ทีมขายก็สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดร่วมกับเครื่องมือ AI การตลาด เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึก คาดการณ์ความต้องการในอนาคตของลูกค้า และส่งข้อความหรือโปรโมชันแบบอัตโนมัติที่ตรงใจลูกค้าเป็นรายบุคคลไป บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการและกลยุทธ์ธุรกิจระดับโลกอย่าง McKinsey & Company เผยว่าแบรนด์ที่สื่อสารแบบเฉพาะบุคคลผ่านเทคโนโลยี AI และ Data สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 40% เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่ไม่เคยปรับใช้เทคโนโลยีนี้มาก่อน


หลักการทำงานของ CRM มีอะไรบ้าง?

ต้องเข้าใจคอนเซปต์ก่อนว่า หลักการทำ CRM คือการบริหารจัดการข้อมูลของลูกค้าให้เป็นระบบ ตั้งแต่การจัดเก็บ วิเคราะห์ ไปจนถึงการนำข้อมูลไปใช้งาน โดยมีเป้าหมายเป็นการเปลี่ยนผู้เข้าชมทั่วไปให้กลายเป็นลูกค้าประจำ ดังนั้น หลักการทำงานหลัก ๆ จะมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ครับ

1. การรวบรวมข้อมูลลูกค้า

เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว โซเชียลมีเดีย ประวัติการซื้อ พฤติกรรมการใช้งาน ไปจนถึงข้อเสนอแนะหรือคำร้องเรียน โดยระบบจะนำข้อมูลดิบเหล่านี้มารวมไว้ในแหล่งเดียวกัน เพื่อให้ทีมงานทุกคนเข้าถึงง่ายและมองเห็นภาพรวมของลูกค้าแต่ละคน แม้ว่าลูกค้าจะติดต่อเข้ามาผ่านช่องทางไหนก็ตาม

2. การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

พอได้ข้อมูลมาแล้ว ระบบจะนำมาประมวลผลและแบ่งกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรม ความสนใจ หรือมูลค่าการซื้อขาย เพื่อให้แบรนด์มองเห็นรูปแบบพฤติกรรมและแนวโน้มความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปวางกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่มมากที่สุด

3. การนำข้อมูลไปใช้และสร้างการมีส่วนร่วม

ขั้นตอนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการทำระบบ CRM เลยก็ว่าได้ เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงของการใช้ CRM คือการนำผลวิเคราะห์มาเปลี่ยนเป็นการลงมือทำจริง ในส่วนนี้ระบบจะส่งข้อความ โปรโมชัน หรือเนื้อหาแบบอัตโนมัติไปยังลูกค้าแต่ละกลุ่มผ่านช่องทางและช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือนสิทธิประโยชน์วันเกิด การเสนอสินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจในเวลาที่ระบบคาดการณ์ไว้ว่าของเดิมกำลังจะหมด หรือการติดตามสอบถามหลังการขาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีและกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำเรื่อย ๆ

4. การประเมินผลและปรับปรุงกลยุทธ์ (Evaluation & Optimization)

ขั้นตอนสุดท้าย ระบบจะวัดผลลัพธ์จากการดำเนินงานทั้งหมดผ่านภาพรวมใน Dashboard ทั้งอัตราการเปิดอ่านข้อความ Conversion Rate รวมถึงมูลค่าการซื้อซ้ำ เพื่อนำตัวเลขจริงมาวิเคราะห์ว่ากลยุทธ์ไหนได้ผลมากที่สุด แล้วมีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น


ขั้นตอนการทำ CRM มีอะไรบ้าง?

1. การกำหนดเป้าหมายเชิงธุรกิจให้ชัดเจน

การเริ่มต้นทำ CRM ที่ดีต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและวัดผลได้จริง เช่น ต้องการลดอัตราการเลิกใช้บริการ (Churn Rate) เพิ่มอัตราการซื้อซ้ำ หรือขยายฐานลูกค้าประจำ พอเป้าหมายชัดเจนแล้ว เราก็จะรู้ว่าควรใช้เทคโนโลยีแบบไหน เช่น การนำ Predictive AI เข้ามาช่วยคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าล่วงหน้า หรือการใช้ระบบการสื่อสารอัตโนมัติ (Marketing Automation) นอกจากนี้การกำหนดเป้าหมายยังช่วยให้แบรนด์วางขั้นตอนการทำงานและการวัด KPIs ที่เหมาะสมกับแต่ละแผนกในองค์กรอีกด้วย

2. การจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลลูกค้า

ประเมิน Touchpoints ทั้งหมดที่แบรนด์มีอยู่ เช่น หน้าร้าน, เว็บไซต์, LINE, Facebook หรือ Call Center รวมถึงทำข้อตกลงและปรับกระบวนการทำงานของทีมภายในให้เข้าใจตรงกัน ทั้งทีมขาย, ทีมการตลาด และทีมบริการลูกค้า เพื่อให้รับส่งข้อมูลลูกค้าข้ามแผนกได้อย่างไร้รอยต่อและป้องกันข้อมูลกระจัดกระจายก่อนที่จะนำระบบมาใช้งานจริง

3. การเลือกระบบ CRM และเครื่องมือ AI ที่เหมาะสม

คุณควรเช็กดูก่อนว่า CRM ที่คุณสนใจมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับขนาดธุรกิจ งบประมาณ และเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ทั้งนี้เราขอแนะนำให้เลือกระบบที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานเดิมขององค์กรได้และรองรับการทำงานร่วมกับ AI การตลาดยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยทุ่นแรงทีมงานในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก คาดการณ์แนวโน้มการซื้อ และสร้างการทำการตลาดแบบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. การนำระบบมาติดตั้งและอบรมทีมงาน

พอเลือกระบบได้แล้ว ให้ย้ายฐานข้อมูลลูกค้าเดิมเข้าสู่ระบบใหม่ทันที พร้อมทั้งนำทีมงานทุกฝ่ายที่ต้องใช้งานจริงมาฝึกอบรม เพื่อให้ทุกคนเข้าใจวิธีบันทึกข้อมูลและใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและราบรื่น


เพิ่มประสิทธิภาพการทำ CRM ให้เหนือคู่แข่งด้วย CRM Automation

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า CRM คือเครื่องมือยอดนิยมที่หลายแบรนด์นำมาใช้ ดังนั้นการทำ CRM ทั่วไปอาจไม่เพียงพอที่จะแซงหน้าคู่แข่งในตลาด จะดีกว่าไหมถ้าคุณสามารถต่อยอดเครื่องมือเดิมให้ทรงพลังและนำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้น? เราขอแนะนำ CRM Automation ระบบออโตเมชั่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับ Customer Journey ในทุกมิติจากบริษัทพัฒนา AI อย่าง IM Impower โดยระบบจะช่วยสร้างการมีส่วนร่วม มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และที่สำคัญยังขยายมูลค่าตลอดอายุความสัมพันธ์กับแบรนด์ (Customer Lifetime Value) ได้อย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ฟีเจอร์หลักที่จะเข้ามาเปลี่ยนเกมธุรกิจของคุณ ได้แก่

  • Customer Data Platform (CDP): เป็นฟีเจอร์ที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทางแบบ Omnichannel ไว้ในที่เดียว โดยมี AI ช่วยประมวลผลและวิเคราะห์พฤติกรรมความสนใจเชิงลึก เพื่อสร้างภาพรวมลูกค้าแบบ 360 องศา ช่วยให้ทุกทีมนำข้อมูลเชิงลึกไปใช้งานต่อได้ทันที

  • Personalized Marketing: ระบบส่งข้อความ โปรโมชัน และแคมเปญการตลาดแบบอัตโนมัติที่ใช้อัลกอริทึม AI ในการวิเคราะห์และออกแบบเนื้อหาเฉพาะบุคคล ให้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายในช่องทางและช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ช่วยเพิ่มอัตราการคลิก ยอดขาย และยกระดับประสิทธิภาพในการปิดการขายให้สูงขึ้น

  • Loyalty Platform: ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าระยะยาวที่ทำงานร่วมกับ AI ในการคาดการณ์พฤติกรรม ครอบคลุมทั้งการสะสมคะแนน จัดระดับสมาชิก และแจกสิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ เพิ่มมูลค่าตลอดอายุการเป็นลูกค้า (CLV) และเปลี่ยนลูกค้าทั่วไปให้เป็นสาวกของแบรนด์ในระยะยาว


จริงอยู่ที่ CRM คือเครื่องมือที่แบรนด์ขาดไม่ได้ แต่หากคุณเลือกใช้แบบขอไปที ไม่ศึกษาข้อมูลและฟีเจอร์ให้ดีก่อน ก็อาจเสียทั้งเงินทั้งเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ การทำ CRM ให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องวางกลยุทธ์เชิงลึก การทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า และการเลือกใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะเข้ามายกระดับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้แบรนด์ของคุณเติบโตไปในระยะยาว

 
 
bg-1.jpg

ยกระดับองค์กรและธุรกิจของคุณ ด้วยเทคโนโลยีจาก IM Impower บริษัทพัฒนา AI

IM Impower บริษัท AI พัฒนาและให้คำปรึกษาด้าน AI พร้อมที่จะขับเคลื่อนปลดล็อคองค์กรและธุรกิจของคุณอย่างยั่งยืน ด้วยขุมพลังของนวัตกรรม AI

bottom of page