top of page

Nano Influencer คือใคร ทำไมใครๆ ก็เชื่อพวกเขา คัดเลือกยังไงดี

Nano Influencer คือ

จากภาพจำเดิม ๆ ของการทำ Influencer Marketing ที่ว่า ต้องจ้างอินฟลูเอนเซอร์ผู้ติดตามเยอะเป็นหลักแสนเท่านั้น แบรนด์ของเราถึงจะรอด แต่ในปัจจุบันธุรกิจหลายแห่งเริ่มเบนเข็มความสนใจมาที่ Nano Influencer กันมากขึ้น คำถามคือ ทำไมอินฟลูเอนเซอร์เล็ก ๆ กลุ่มนี้ถึงเข้ามาดิสรัปชันการตลาดแบบเดิมได้ แล้วพวกเขามีดีอะไรที่อินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อปให้ไม่ได้ มาหาคำตอบกันในบทความนี้เลย

หลักสูตรอบรม AI for Business


ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรอบรมการใช้ AI สำหรับองค์กร หรือขอคำปรึกษา รวมถึงสอบถามการนัดหมายเพื่อจัดการอบรม

Nano Influencer คือใคร?

Nano Influencer คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามไม่เยอะมาก ตั้งแต่ประมาณ 1,000 - 10,000 คน จุดเด่นของอินฟลูเอนเซอร์ประเภทนี้อยู่ที่การสร้างคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทบอกต่อ คอนเทนต์ที่ผลิตออกมาจึงมีความน่าเชื่อถือสูง ผู้ติดตามจะไม่รู้สึกเหมือนโดนยัดเยียดขายของอยู่ แม้จะมีผู้ติดตามน้อยกว่าอินฟลูเอนเซอร์ประเภทอื่น แต่กลับสร้างอิมแพ็คและสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้ดีกว่า เนื่องจากผู้ติดตามส่วนใหญ่รู้สึกสนิทใจที่จะซื้อหรือใช้บริการตามที่อินฟลูเอนเซอร์แนะนำ


Nano Influencer ทำอะไรบ้าง?

งานหลักของ Nano Influencer ไม่ใช่แค่โพสต์รูปภาพสวย ๆ แต่ต้องบอกเล่าประสบการณ์และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามให้เป็นธรรมชาติ สำหรับหน้าที่หลักของพวกเขามีดังนี้

  • รีวิวและทดลองใช้สินค้าจริง: บอกเล่าประสบการณ์จากการใช้งานจริงแบบตรงไปตรงมา ชี้ให้เห็นข้อดีและข้อควรรู้ เพื่อให้ผู้ติดตามรู้สึกว่าพวกเขาจริงใจและน่าเชื่อถือ

  • สร้างคอนเทนต์ในสไตล์ของตัวเอง: ทำภาพถ่าย คลิปวิดีโอ หรือข้อความสั้นในรูปแบบง่าย ๆ เป็นกันเอง เข้าถึงง่าย ไม่เน้นจัดฉากหรือโปรดักชันที่ดูเว่อร์วังมากเกินไป

  • ตอบคอมเมนต์และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด: พูดคุย ตอบคำถาม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ติดตามในกล่องคอมเมนต์และข้อความส่วนตัว เหมือนเพื่อนที่ให้คำแนะนำกับเพื่อน

  • เข้าร่วมกิจกรรมและบอกต่อแคมเปญของแบรนด์: ช่วยกระจายข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชัน สินค้าใหม่ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของแบรนด์ไปสู่กลุ่มผู้ติดตามเฉพาะกลุ่มที่เฉพาะทาง


ข้อดีของ Nano Influencer ที่หลายคนมองข้ามไป

นอกจากความน่าเชื่อถือที่มาจากความเป็นธรรมชาติของอินฟลูเอนเซอร์แล้ว ถ้ามองในมุมของนักการตลาดและผลลัพธ์ทางธุรกิจ จะพบว่า Nano Influencer มีข้อดีหลายด้านจนสร้างความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับแบรนด์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งเมื่อนำมาทำงานร่วมกับ AI การตลาดยุคใหม่ ก็ยิ่งช่วยให้แบรนด์วิเคราะห์ผลลัพธ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น อ้างอิงจากรายงานเปรียบเทียบต้นทุนและผลตอบรับด้านผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) และประสิทธิภาพในแคมเปญจริง สรุปเป็นข้อดีหลัก ๆ ดังนี้

  • สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงกว่าอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ใหญ่หลายเท่า: ข้อมูลจากการวิเคราะห์แคมเปญการตลาดพบว่า การเลือกใช้ Nano Influencer สร้าง ROI เฉลี่ยสูงกว่าการจ้าง Macro Influencer หรือ Micro Influencer ถึง 3-5 เท่า แม้ว่าจะใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก แต่กลับเปลี่ยนยอดการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นยอดขายจริงได้

  • ประหยัดงบประมาณและเริ่มต้นได้ง่ายด้วยโมเดล Product Seeding: หลายแบรนด์เริ่มแคมเปญกับ Nano Influencer ได้โดยไม่ต้องควักเงินก้อนใหญ่จ้าง เพียงแค่ส่งสินค้าไปให้ลองใช้จริง เพราะอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้พร้อมที่จะรีวิวและแบ่งปันความรู้สึกประทับใจลงบนโซเชียลมีเดียอยู่แล้วถ้าสินค้านั้นตอบโจทย์จริง ๆ

  • กระจายความเสี่ยงของแคมเปญได้ดีกว่า: แทนที่จะทุ่มงบทั้งหมดไปกับดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเพียงคนเดียว แบรนด์เลือกที่จะกระจายงบจ้าง Nano Influencer ประมาณ 10-20 คนพร้อมกัน นอกจากจะช่วยกระจายข้อความของแบรนด์ไปหากลุ่มเป้าหมายจำนวนมากได้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะค้นพบแบรนด์ และช่วยลดความเสี่ยงจากการจ้างอินฟลูเอนเซอร์แต่คอนเทนต์กลับไม่ปังตามที่หวัง

  • ได้สิทธิ์นำคอนเทนต์ไปต่อยอดทำโฆษณา (UGC Ads) ที่มี Conversion สูง: คอนเทนต์ที่ดูเป็นธรรมชาติตามสไตล์ Nano Influencer สามารถทำเป็นโฆษณาต่อยอด (Paid Ads) ได้ดีมาก เพราะผู้บริโภคมักจะกดคลิกและตัดสินใจซื้อสินค้าจากโฆษณาที่ดูเหมือนคนธรรมดาใช้อยู่จริง มากกว่าภาพโฆษณาเน้นขายของแบบสตูดิโอทั่วไป


Nano Influencer แตกต่างจาก Micro Influencer กับ Macro Influencer อย่างไร?

เจ้าของแบรนด์หลาย ๆ คนอาจนั่งปวดหัวกับการเลือกอินฟลูเอนเซอร์อยู่ไม่น้อย เพราะในปัจจุบันมีอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายประเภทให้เลือก แถมอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ก็เกิดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน แต่อย่างน้อยที่สุดถ้าคุณแยกความแตกต่างของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละประเภทได้ ก็จะช่วยให้คุณคัดคนที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณง่ายขึ้น

ข้อมูล

Nano Influencer

Micro Influencer

Macro Influencer

จำนวนผู้ติดตาม

1,000 - 10,000 คน

10,000 - 100,000 คน

100,000 - 1,000,000 คนขึ้นไป

จุดเด่นหลัก

เน้นความจริงใจ รู้สึกเหมือนเพื่อนแนะนำเพื่อน

เชี่ยวชาญเฉพาะ น่าเชื่อถือ

สร้าง Awareness ในวงกว้าง

กลุ่มเป้าหมาย

ชุมชนเฉพาะกลุ่ม

กลุ่มคนที่สนใจหัวข้อเฉพาะทาง

มวลชนทั่วไป

การมีส่วนร่วมกับผู้ติดตาม

Engagement Rate สูงมาก พูดคุยตอบคอมเมนต์ได้แบบเป็นกันเอง

Engagement Rate ปานกลางถึงสูง ตอบโต้สม่ำเสมอ

Engagement Rate ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสัดส่วนผู้ติดตาม

รูปแบบคอนเทนต์

คอนเทนต์จากผู้ใช้จริง เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน

งานโปรดักชันดูเป็นมืออาชีพขึ้น มีสไตล์ของตัวเองชัดเจน

งานโปรดักชันคุณภาพสูง ภาพลักษณ์ต้องเป๊ะ

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ

มีอัตราการตัดสินใจซื้อสูง ปิดการขายง่าย

ช่วยสร้างการพิจารณาเลือกซื้อ

กระตุ้นการจดจำแบรนด์และการรับรู้เป็นวงกว้าง

งบประมาณ

ย่อมเยาที่สุด บางครั้งแค่ส่งสินค้าให้ทดลองใช้ก็พอ

ปานกลาง คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเชี่ยวชาญ

สูงมาก

หมายเหตุ: สถิติและสัดส่วนตัวเลขในตารางข้างต้นเป็นการประเมินเฉลี่ยตามเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งนี้อาจยืดหยุ่นไปตามแพลตฟอร์ม โครงสร้างงบประมาณ และบริบทของแต่ละแคมเปญ

แนะนำกลยุทธ์การทำ Nano Influencer Marketing ที่ไม่มีใครบอกคุณ

ถ้าอยากทำ Nano Influencer Marketing ให้ได้ผลจริง ๆ คุณจะต้องคิดให้ต่างจากการทำกลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์สายแมส เราเลยจะมาบอกเบื้องหลังกลยุทธ์เชิงลึกที่นักการตลาดเลือกใช้เพื่อดึงศักยภาพของอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ออกมาให้ได้มากที่สุด

1. เปลี่ยนผู้ซื้อตัวจริงให้กลายเป็น Nano Influencer ของแบรนด์

ลองหาอินฟลูเอนเซอร์จากฐานข้อมูลลูกค้าเก่าที่เคยอุดหนุนสินค้าจริง แล้วชวนคนเหล่านั้นมาร่วมงาน นั่นก็เพราะพวกเขาจะอินหรืออย่างน้อยก็รู้จักแบรนด์มาประมาณนึงแล้ว ทำให้คอนเทนต์ที่ผลิตออกมาเป็นธรรมชาติและโน้มน้าวใจได้สูงมากด้วย

2. กระจายความเสี่ยงให้เป็น

ให้คุณกระจายงบประมาณไปยัง Nano Influencer พร้อมกันทีละ 20-50 คน แทนการทุ่มเงินให้คนเดียว นอกจากจะเพิ่มโอกาสการถูกค้นพบผ่านอัลกอริทึมของ TikTok หรือ Instagram แล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องคอนเทนต์เงียบได้อีกด้วย

3. บรีฟงานด้วยโจทย์กว้าง ๆ

หลายแบรนด์อาจมีภาพในหัวว่าอยากได้อะไร ประมาณไหน แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องการอาจไม่ตรงกับสิ่งที่อินฟลูเอนเซอร์คิดเสมอไป ดังนั้นหลีกเลี่ยงการส่งสคริปต์แบบคำต่อคำหรือบังคับทิศทางมากเกินไป ลองบรีฟแค่ว่า ขายจุดเด่นสินค้าและเป้าหมายของแคมเปญก็พอ วิธีนี้ช่วยให้อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ง่ายขึ้นและเป็นสไตล์ตัวเองมากที่สุด

4. ซื้อสิทธิ์คอนเทนต์เพื่อนำไปทำโฆษณาต่อ

หากเป็นไปได้ให้ทำตกลงสัญญาขอซื้อสิทธิ์การนำวิดีโอ รูปภาพ หรือรีวิวสวย ๆ ของ Nano Influencer มาใช้ยิงโฆษณาในช่องทางหลักของแบรนด์ต่อ เพราะการยิงแอดโดยใช้คลิปจากคนธรรมดาที่ใช้สินค้าจริงมักมีอัตราคลิกและยอดขายที่สูงกว่าภาพสตูดิโออยู่แล้ว

5. ตั้งเงื่อนไขผลตอบแทนผูกกับยอดขายจริง

เพื่อไม่ให้การจ่ายค่าจ้างยุ่งยากเกินไป แนะนำให้จ่ายค่าจ้างพื้นฐานกับส่วนแบ่งยอดขายที่มาจากลิงก์หรือโค้ดส่วนลดส่วนตัว (Affiliate & Custom Code) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้อินฟลูเอนเซอร์ขยันตอบคอมเมนต์ เพื่อปิดการขาย และคอยดันคอนเทนต์ของตัวเองเรื่อย ๆ


เลือก Nano Influencer อย่างไร ให้เข้ากับแบรนด์ของคุณ?

ถ้าจะเลือก Nano Influencer ให้คุ้มค่าและตอบโจทย์แบรนด์ที่สุด ห้ามดูที่จำนวนผู้ติดตามอย่างเดียวเด็ดขาด เพราะทุกวันนี้ใคร ๆ ก็ปั๊มยอดผู้ติดตามได้ แต่ต้องดูจากปัจจัยสำคัญเหล่านี้ต่างหาก

  • เช็กระดับการปฏิสัมพันธ์ในช่อง: ลองเช็กยอดไลก์และการพูดคุยในช่องคอมเมนต์ว่ามีคนเข้ามาสอบถามรายละเอียดสินค้าหรือพูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์มากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่คอมเมนต์สแปมหรือโฆษณาเว็บพนัน

  • เลือกคนที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับภาพลักษณ์แบรนด์: ลองดูเนื้อหาที่อินฟลูเอนเซอร์คนนั้นลงบ่อย ๆ ว่า ใกล้เคียงหรือนำมาเชื่อมโยงกับสินค้าของคุณได้ไหม เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์ Tie-in สินค้าได้แบบเนียน ๆ ไม่ขัดกับภาพลักษณ์ทั้งของคุณและเขา แถมยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกับที่คุณคิดไว้อีกด้วย

  • ดูความจริงใจในการนำเสนอคอนเทนต์: อย่าลืมว่าความน่าเชื่อถือคือจุดขายหลักของอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ ดังนั้นคุณควรไล่ดูรีวิวที่ผ่านมาว่าสไตล์การเล่าเรื่องของพวกเขาเป็นอย่างไร พูดตรงไปตรงมาไหม ดูยัดเยียดขายของมากเกินไปหรือเปล่า วิธีนี้จะช่วยให้คุณคัดอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับแบรนด์ง่ายขึ้น

  • ประเมินคุณภาพของงานภาพและวิดีโอ: จริงอยู่ที่คุณภาพของคอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องเป๊ะระดับสตูดิโอ แต่อย่างน้อยที่สุดวิดีโอจะต้องคมชัด มีแสงสว่างเพียงพอ ฟังเสียงพูดชัดเจน และเล่าเรื่องได้น่าติดตามตั้งแต่ 3 วินาทีแรก

  • ตรวจสอบประวัติการร่วมงานกับแบรนด์อื่น: หลีกเลี่ยงคนที่มีประวัติรับงานซ้อนกับสินค้าคู่แข่งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน หรือคนที่โพสต์ขายสินค้าสัพเพเหระมากเกินไปจนขาดความน่าเชื่อถือ จับทางไม่ได้สักอย่าง


เคล็ด (ไม่) ลับในการคัดเลือก Nano Influencer ด้วย AI

ถ้าคุณจะต้องมานั่งหาและคัดเลือก Nano Influencer ด้วยตัวเองทั้งหมด คงต้องเสียเวลาและใช้พลังงานมาก ๆ จะดีกว่าไหม ถ้าเราโยนหน้าที่นี้ให้ระบบ AI เป็นคนจัดการแทนทั้งหมด เพื่อให้คุณและทีมงานมีเวลาไปโฟกัสกับกลยุทธ์อื่นได้อย่างเต็มที่ วันนี้เราจะขอแนะนำเคล็ด (ไม่) ลับในการคัดเลือก Nano Influencer ด้วยเครื่องมือ Influencer Campaign Automation จากบริษัทพัฒนา AI อย่าง IM Impower มาดูกันว่าเครื่องมือชนิดนี้จะช่วยให้แบรนด์ของคุณทำงานง่ายขึ้นได้อย่างไรบ้าง

เครื่องมือ Influencer Campaign Automation คืออะไร?

เป็นเครื่องมือ AI การตลาดที่นำระบบ AI เข้ามาช่วยดูแลแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือก ติดต่อ ประสานงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการแคมเปญในระบบเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คือ ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ปรับกระบวนการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ และยกระดับผลลัพธ์ทางการตลาดได้ตรงตามเป้ามากขึ้น โดยมีฟีเจอร์ที่จะช่วยให้งานคุณง่ายขึ้น 2 ฟีเจอร์ ได้แก่

1. Feature: Smart Influencer Discovery

ฟีเจอร์ช่วยคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณมากที่สุด โดยใช้เทคโนโลยี Predictive AI วิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับความสอดคล้องของกลุ่มเป้าหมาย ประวัติการทำคอนเทนต์ และประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนจริง เพื่อให้คุณมั่นใจว่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้จะตรงกลุ่ม ตรงเป้าหมาย และสร้างอิมแพ็คให้กับแคมเปญได้จริง ๆ

2. Feature: Automated Influencer Collaboration

เป็นอีกฟีเจอร์ที่จะเข้ามาปฏิวัติการทำงานของทีมการตลาดโดยใช้ระบบการจัดการแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความติดต่อ การตกลงเงื่อนไขเบื้องต้น ไปจนถึงการติดตามและประสานงานคอนเทนต์ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานเอกสารและการสื่อสารที่ซ้ำซ้อน ทำให้ทีมบริหารจัดการ Nano Influencer จำนวนมากพร้อมกันได้แบบมืออาชีพ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: ได้วิวไม่พอ ต้องได้ตังค์! เคล็ดลับ ROI 500 % ด้วยไมโครอินฟลูเอนเซอร์ TikTok

สำหรับใครก็ตามที่กำลังตัดสินใจว่าจะจ้าง Nano Influencer ดีไหม เราอยากให้คุณศึกษาข้อมูลของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นให้ดีก่อน เพราะถ้าเลือกไม่ดี นอกจากจะเสียทั้งเงินและเวลาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มค่ากับเงินหรือสินค้าที่เสียไป แต่ถ้าคุณเลือกคนที่ใช่ เข้ากับแบรนด์ได้จริง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้ธุรกิจของคุณมีฐานลูกค้าที่แข็งแรงและเติบโตไปได้ไกลกว่าที่คิด

 
 
bg-1.jpg

ยกระดับองค์กรและธุรกิจของคุณ ด้วยเทคโนโลยีจาก IM Impower บริษัทพัฒนา AI

IM Impower บริษัท AI พัฒนาและให้คำปรึกษาด้าน AI พร้อมที่จะขับเคลื่อนปลดล็อคองค์กรและธุรกิจของคุณอย่างยั่งยืน ด้วยขุมพลังของนวัตกรรม AI

bottom of page